Lead

Mar 1 12 10:45 PM

Tags : :

นายรังสรรค์  พระพิมลพรรณ์

เลขที่  48 ปวส. รุ่นที่ 7


1.ชื่อโครงการ 

            โครงการขยายพันธ์ด้วยการปักชำ

2.หลักการและเหตุผล

            การขยายพันธุ์พืชโดยการตัดชำ หรือปักชำ เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมาก เพราะทำให้ได้ปริมาณต้นพืชไปปลูกตามความต้องการมาก ใช้ระยะเวลาประมาณ  30 – 45  วัน  ก็สามารถนำไปปลูกหรือจำหน่ายได้  หากมีการควบคุมความชื้นในวัสดุปักชำได้ดี  การขยายพันธุ์พืชโดยวิธีนี้ สามารถทำได้ง่าย เพียงแต่มีความรู้ความเข้าใจในการคัดเลือกกิ่งพันธุ์ที่จะนำมาตัดชำ  และจัดหาวัสดุสำหรับปักชำได้ตามต้องการ  นอกจากนี้  ยังใช้เงินลงทุนค่อนข้างน้อย  และสามารถจัดหาพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นไปปักชำได้ง่ายด้วย  ประกอบกับในปัจจุบันคนทั่วไปกำลังนิยมปลูกต้นไม้กันมาก  โดยเฉพาะไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ รวมทั้งใช้สำหรับจัดสวนหย่อม  มีความต้องการพันธุ์ไม้ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก  จึงเห็นว่า  หากริเริ่มจัดทำโครงงานนี้ขึ้นน่าจะรวมกลุ่มกับเพื่อน  ปฏิบัติการขยายพันธุ์ไม้ได้เป็นอย่างดี  ทำให้มีรายได้ระหว่างเรียน  และเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพต่อไป  รวมทั้งได้พื้นฐานความรู้สำหรับศึกษาต่อในระดับสูงต่อไป

การตัดชำ  เป็นการนำส่วนต่าง ๆ  ของพืชพันธุ์ดีที่เราต้องการมาตัดแล้วปักชำในวัสดุเพาะชำ  เพื่อให้ได้ต้นพืชต้นใหม่จากส่วนที่นำมาปักชำ  วิธีการตัดชำนี้ทำให้ชิ้นส่วนของพืชที่อยู่ในวัสดุเพาะชำพยายามสร้างรากพร้อมกับพัฒนาส่วนยอดหรือต้นอ่อนขึ้นมาใหม่  เมื่อทั้งสองส่วนนี้เจริญสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วก็ย้ายต้นพืชใหม่ไปปลูกต่อไป  แต่ในบางครั้งพบว่าการตัดชำมักไม่ประสบความสำเร็จคือ  ส่วนล่างที่อยู่ในวัสดุเพาะชำไม่ออกรากหรือออกรากน้อยและช้า  จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเร่งรากช่วยเร่งการออกรากให้เร็วยิ่งขึ้น  ซึ่งความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ใช้ย่อมแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดพืช

             

   การตัดชำแบ่งออกเป็น 
การตัดชำกิ่ง (Stem  cutting)
การตัดชำราก (Root  cutting)
การตัดชำใบ (Leaf  cutting)
การตัดชำใบที่มีตาติด (Leaf  cutting)
             1. การตัดชำกิ่ง (Stem  cutting) สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ
                     1.1 การตัดชำกิ่งแก่  เป็นการตัดชำกิ่งแก่ที่ไม่มีใบติด  แต่ต้องเป็นกิ่งที่มีอาหารสะสมอยู่  ต้องตัดชำกิ่งที่ไม่มีตาข้างที่กำลังแตกออกมาใหม่ ๆ  ความยาวของกิ่งที่ตัดประมาณ  15 – 20  เซนติเมตร  ควรตัดเฉียงเป็นรูปปากฉลาม  ทำมุมประมาณ 45 -60 องศา  ทั้งด้านบนและด้านล่าง  โดยส่วนด้านล่างของกิ่งที่เป็นส่วนปักชำนั้นต้องพยายามตัดให้ปากแผลชิดกับข้อ  ส่วนบนควรตัดเหนือตาสุดท้ายของกิ่งประมาณ 1 – 1.5  เซนติเมตร  เพราะตาส่วนบนของกิ่งที่ปักชำจะแตกก่อนตาที่อยู่ด้านล่าง  และควรชุบสารเคมีป้องกันไม่ให้เชื้อราเข้าทางปากแผล  แล้วจึงนำไปปักชำในกระบะปักชำที่มีวัสดุพรางแสง  รดน้ำเช้าเย็น  สังเกตดูหากวัสดุเพาะชำแห้งควรเพิ่มช่วงการให้น้ำถี่ขึ้น  เมื่อกิ่งปักชำเริ่มมีการแตกตาเป็นยอดใหม่  รวมทั้งระบบรากใหม่เริ่มแก่และแข็งแรงแล้วจึงทำการย้ายต้นพืชใหม่ลงปลูกในภาชนะที่เตรียมไว้  ช่วงนี้ควรนำไปไว้ในร่มรำไรสักระยะหนึ่งก่อนจนกว่าพืชต้นใหม่จะแข็งแรงดีจึงให้รับแสงเต็มที่  พืชที่เหมาะจะใช้วิธีการขยายพันธุ์แบบนี้  ได้แก่  เฟื่องฟ้า  กุหลาบ
                1.2 การตัดชำกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน  หรือกิ่งเพสลาด  ต้องมีใบติดอยู่ด้วยเพื่อช่วยปรุงอาหาร  โดยให้ริดใบเฉพาะส่วนโคนกิ่งที่ต้องปักชำในวัสดุเพาะชำออกประมาณ 2 – 3 ใบ  แล้วตัดปลายกิ่งและโคนกิ่งเฉียงทำมุม 45 – 60 องศา  ความยาวของกิ่งประมาณ  15 – 20  เซนติเมตร  เนื่องจากกิ่งปักชำจะมีการคายน้ำค่อนข้างสูง  ดังนั้นต้องมีการให้น้ำเพื่อให้เกิดความชื้นตลอดเวลา  หรือปักชำในกระบะพ่นหมอกจะดีที่สุดเนื่องจากมีความชื้นสูง  ควรดูแลและป้องกันเชื้อราที่จะเข้ามาทำลายกิ่ง  หลังจากกิ่งปักชำเจริญเป็นต้นพืชใหม่และมีระบบรากแข็งแรงสมบูรณ์จึงย้ายปลูกต่อไป  พืชที่เหมาะจะใช้วิธีการแบบนี้ ได้แก่  ส้ม  ฝรั่ง  มะกอก

1.3          การตัดชำกิ่งอ่อนและยอดอ่อน  การตัดชำวิธีนี้จะออกรากได้ง่าย  ความยาวของกิ่งประมาณ  3 – 5 นิ้ว   ริดใบบริเวณโคนกิ่งออกเล็กน้อย  ควรปักชำในที่มีความชื้นสูงหรือกระบะพ่นหมอกพืชที่เหมาะจะใช้วิธีการแบบนี้ ได้แก่  เบญจมาศ  เข็มญี่ปุ่น  สน  คาร์เนชั่น
                 2. การตัดชำราก (Root cutting)  การตัดชำรากจะทำได้สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเกิดตา  ซึ่งจะให้กำเนิดต้นและรากบนรากของพืชที่จะนำมาปักชำ  พืชที่เกิดหน่อที่ราก  ได้แก่  สน  แคแสด  สัก  สาเก  การตัดควรเลือกรากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ¼ – ½  นิ้ว  ตัดให้มีความยาว  2  นิ้ว  การตัดมักจะตัดตรง ๆ  การเกิดต้นค่อนข้างจะเกิดทางด้านโคนราก  ส่วนการเกิดรากจะเกิดทางด้านปลายราก  และการเกิดต้นจะเกิดได้เร็วกว่าการเกิดราก

3. การตัดชำใบ (Leaf cutting)  เป็นวิธีที่ใช้ขยายพันธุ์พืชพวกที่มีใบอวบน้ำ  โดยรากและยอดจะเกิดมาจากฐานรอยตัดของใบ  โดยเฉพาะตรงที่อยู่ของเส้นใบหรือเส้นกลางใบ  ซึ่งจะทำให้ใบพืชเดิมที่ปักชำอยู่กลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นใหม่  แบ่งออกได้เป็น  3  แบบ ดังนี้
                      3.1 การตัดชำแผ่นใบ  การนำแผ่นใบไปทำการตัดชำให้เกิดต้นใหม่  แบ่งเป็น  2  พวก
                      ใบที่เกิดตาอยู่ก่อนแล้ว  ใบพืชพวกนี้บริเวณของใบโดยเฉพาะที่เป็นจักใบของใบแก่จะมีจุดกำเนิดตาอยู่แล้ว  การนำไปปักชำเป็นการกระตุ้นตาที่มีอยู่แล้วเจริญออกมาเป็นต้นเท่านั้น  ได้แก่  ใบโคมญี่ปุ่นหรือต้นคว่ำตายหงายเป็น    โดยการนำใบแก่มาวางบนวัสดุเพาะชำที่ชื้น  รดน้ำเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้ใบเหี่ยว  ประมาณ  1 – 2 สัปดาห์  ก็จะเห็นต้นเล็ก ๆ  เกิดขึ้นบริเวณจักใบ  ขณะเดียวกันก็จะหยั่งรากลงหาอาหารจากวัสดุเพาะชำ  และเมื่อต้นโตมีใบ 2 – 3 ใบ  ต้นเหล่านี้ก็จะเริ่มแยกตัวเองและเลี้ยงตัวเองได้โดยอิสระ  เป็นระยะเวลาที่เหมาะที่จะย้ายไปปลูกต่อไป
                     ใบที่ยังไม่เกิดตา  ใบพืชพวกนี้ต้องตัดใบไปปักชำระยะเวลาหนึ่งก่อน  ใบจึงจะสร้างจุดกำเนิดขึ้นที่ฐานรอยตัดที่ปักอยู่ในวัสดุเพาะชำ  ได้แก่  ใบว่านลิ้นมังกร  จะเลือกใบที่แก่  ถ้าใบยาวมากเกินไปก็จะตัดออกเป็นท่อน ๆ  ให้แต่ละท่อนยาว  3 – 5  นิ้ว  แล้วนำไปปักในวัสดุเพาะชำ  โดยปักให้ลึกประมาณ 1/3  ของแผ่นใบ  และเมื่อใบเริ่มแทงยอดโผล่จากวัสดุเพาะชำ  และที่ฐานรอยตัดเกิดรากมากพอก็ย้ายปลูกได้
                3.2 การตัดชำก้านใบ  เหมาะสำหรับใบพืชขนาดเล็ก  และใบพืชชุ่มน้ำ  ได้แก่  ใบเพปเพอโรเมีย  ใบอัฟริกันไวโอเล็ท  นอกจากนี้อาจใช้กับใบพืชเนื้อแข็งบางชนิด  เช่น  มะนาว  การปักชำจะเลือกใบค่อนข้างแก่ที่มีความสมบูรณ์  ขนาดใบปานกลาง  โดยตัดโคนก้านใบให้เหลือประมาณ  ½ – 1 นิ้ว  ด้วยมีดคม ๆ  นำไปปักชำในวัสดุเพาะชำที่โปร่งและมีความชื้นสูง  ปักใบให้ลึกพอมิดก้านใบแล้วนำไปไว้ที่ชื้น ๆ
                3.3 การตัดชำส่วนของใบ  การตัดชำใบคล้ายการตัดชำก้านใบ  แต่จะแตกต่างกันที่เป็นการตัดชำใบที่มีขนาดโต  ดังนั้นต้องตัดใบออกเป็นส่วนย่อย ๆ  ให้แต่ละส่วนของเส้นใบและแผ่นใบติดอยู่ด้วย  เช่น  การตัดชำใบกล็อกซีเนีย  และใบบีโกเนีย  การตัดใบแบบนี้จะมีส่วนของรอยตัดมาก  ประกอบกับเป็นพืชชุ่มน้ำมีโอกาสเน่าเสียง่าย  ดังนั้นควรใช้ปลายมีดตัดส่วนของเส้นใบให้ขาดและห่างจากกัน  ส่วนบริเวณแผ่นใบเป็นบริเวณที่สร้างอาหารจะไม่ถูกตัดจะช่วยลดการเน่าเสียของแผ่นใบลงได้  และทำให้การตัดชำได้ผลดีขึ้น  ส่วนการปักชำจะวางใบไว้ในวัสดุเพาะชำที่ชื้นและร่ม  หลังจากที่ฐานรอยตัดเกิดต้นและราก  ใบเก่าก็จะค่อย ๆ  เสื่อมสภาพไปในที่สุด  แต่ละต้นที่เกิดจากฐานรอยตัดก็จะแยกตัวเป็นอิสระและเลี้ยงตัวเองได้  ในระยะนี้ต้นที่เกิดก็จะเจริญเป็นกลุ่ม ๆ  ซึ่งสามารถจะแยกไปปลูกได้
                  4. การตัดชำใบที่มีตาติดอยู่  จะมีใบพร้อมก้านใบแล้วต้องมีส่วนของต้นและตาที่โคนก้านใบติดไปด้วย  การตัดชำวิธีนี้ใช้ได้กับพืชทุกพืชที่ออกรากได้ไม่ยากด้วยการตัดชำต้น  เหมาะกับพืชที่หาได้ยากและใบมีขนาดโตพอ  เช่น  ยางอินเดีย  โกสน   ตลอดจนในส้มบางชนิดที่ออกรากง่ายและมีใบโต

           

3.ชื่อแผนงาน

            แผนงานพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน 


4.วัตถุประสงค์

            1. เพื่อเรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับวิธีการปักชำที่ถูกต้อง

            2. เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การเกี่ยวกับการขยายพันธ์พืชด้วยวิธีการปักชำ

            3. เพื่อส่งเสริมให้มรการขยายพันธ์พืชด้วยการปักชำให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

 

5. เป้าหมาย

1. ได้เรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับวิธีการปักชำที่ถูกต้อง

            2. สามารถสร้างเสริมประสบการการเกี่ยวกับการขยายพันธ์พืชด้วยวิธีการปักชำ

            3. เพื่อ

 

6. วิธีการดำเนินงาน

            1.  อุปกรณ์ที่ต้องใช้

1.1กรรไกร หรือมีดคมๆ สักอันหนึ่งอันนี้สำคัญมาก หากมีดที่ใช้ไม่คม แผลที่เกิดจากการตัดอาจช้ำ และทำให้เกิดการเน่าของกิ่งที่เราชำได้ง่าย (หาไม่ได้ก็ชื้อมีดคัตเตอร์ที่มีใบมีดขนาดกลางสัก 1 เล่ม ใบมีดอีก 1 ห่อไม่เกิน 30 บาท)

1.2กระถาง หรือขวดพลาสติก ขนาดพอเหมาะเท่าที่เรามี (กระถางใส่ต้นไม้ที่เราชื้อมาก็ได้ ถ้าไม่มีกระถางให้หาขวดน้ำอัดลมพลาสติกขนาดใหญ่ หรือขวดอย่างอื่นที่มีขนาดประมาณ 2 ลิตรขึ้นไป ตัดขวดให้ปากกว้างพอที่จะทำงานได้สะดวก หากเป็นขวดควรเจาะรูที่ก้นขวด 3 - 4 รู

1.3ถุงพลาสติกใสที่ไม่มีรอยรั่ว ที่สามารถใส่วัสดุตามข้อ 1.2 ได้และมีพื้นที่เหลือว่างๆ พอที่จะให้กิ่งกระทบกับถุงหรืออื่นๆ

1.4ยางวงที่ใช้รัดของ เอาไว้ใช้รัดปากถุง

1.5วัสดุเพาะชำ มีแกลบเก่า และทรายน้ำจืดละเอียดอย่างละเท่าๆ กัน หากหาแกลบเก่าไม่ได้ แกลบใหม่ก็ใช้ได้แต่ต้องแช่น้ำไว้ 1 คืน แล้วเทน้ำทิ้ง ทำอย่างนี้ 2 - 3 ครั้ง ทรายก็ทำเหมือนกัน

1.6ฟ๊อกกี้ เพื่อใช้ฉีดน้ำให้ความชื้น

2.  การเตรียมวัสดุปักชำ
2.1ผสมทรายกับขี้เถ้าแกลบให้เข้ากันดี

2.2เทวัสดุปักชำที่ผสมแล้วใส่กระถางหรือขวดที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง (หากชุ่มพอจะเห็นน้ำค่อยๆ ไหลออกมาจากก้นกระถาง) วัสดุที่ใส่กระถางควรต่ำกว่าปากกระถางประมาณ 1 นิ้ว


3.  การเลือกกิ่งที่จะใช้ปักชำ

ควรเลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป (สังเกตจากสีของกิ่งต้องเป็นสีเขียวอมเทาหรือน้ำตาล กิ่งที่อ่อนเกินไปจะมีสีเขียว กิ่งที่แก่เกินไปจะมีสีเทาหรือน้ำตาล ความยาวของกิ่งปักชำยาวประมาณ 6 - 9 นิ้ว และควรเป็นกิ่งยอด

4.  การเตรียมกิ่งที่จะใช้ปักชำ

4.1 ตัดกิ่งจากต้นและตัดใบออกให้เหลือใบเฉพาะที่ยอด 2 - 3 ใบก็พอ ใบเอาไว้มากไม่ได้ครับ เพราะว่าใบจะคายน้ำจนใบร่วง (ระวังไว้นะตรงนี้สำคัญมาก)

4.2 ตัดโคนกิ่งใหม่ให้ต่ำกว่าข้อที่ติดใบประมาณ 0.5 - 1 ซม. (ต้นไม้ส่วนใหญ่จะออกรากที่ข้อปล้อง)

4.3 นำกิ่งที่ได้จากข้อ 4.2 ไปจุ่มน้ำให้เร็วที่สุด (กิ่งที่เหี่ยวจากการคายน้ำมีโอกาสตายสูง)

4.4 หากเป็นพันธุ์ไม้ที่ออกรากยากควรใช้ฮอร์โมนเร่งราก เช่น เซราดิกซ์ รูสโกร เป็นต้น จุ่มให้ถึงบริเวณข้อ และผึ่งลมในที่ร่มหรือที่มืดได้ก็ยิ่งดี เพราะว่าฮอร์โมนจะเสื่อมคุณภาพเร็วหากโดนแสงสว่างหรือความร้อน


5.  การปักชำ
เมื่อเตรียมวัสดุและกิ่งที่จะใช้ปักชำเรียบร้อยแล้ว การปักชำมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้
5.1นำกระถางที่ใส่วัสดุเพาะชำที่เตรียมไว้แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ทำการอัดวัสดุเพาะชำให้แน่นอีกครั้ง

                  5.2ปักกิ่งชำให้ลึกพอสมควร (อย่างน้อยต้องให้บริเวณข้อปล้องที่จะให้รากออก 1.5 - 2 นิ้ว (จากผิวด้านบนของวัสดุที่ใช้ในการปักชำ) ปักกิ่งให้ห่างกัน 1 - 2 นิ้ว แล้วแต่ขนาดกิ่ง

5.3เมื่อปักกิ่งชำเรียบร้อยแล้วนำมาใส่ถุงพลาสติกที่เตรียมไว้ ฉีดพ่นน้ำโดยฟ๊อกกี้ให้ชุ่มอีกครั้ง และให้มีน้ำเหลืออยู่ที่ก้นถุงประมาณ 200 - 300 ซีซี (เอาไว้ควบคุมระดับความชื้นภายในถุงปักชำ)

                 5.4จากนั้นมัดปากถุงให้แน่น (ถุงต้องเป่าให้กลม (กลมเหมือนถุงแกง) และไม่มีส่วนใดๆ ติดกับกิ่งที่ปักชำ)

                 5.5นำไปตั้งไว้ในที่ร่มรำไร ประมาณ 15 วัน หากใบที่กิ่งปักชำยังเขียวอยู่ แสดงว่าการปักชำประสบความสำเร็จ

5.6เมื่อปักชำได้ประมาณ 21 วัน ทำการเปิดปากถุงแต่ยังไม่ควรเอาถุงออก


            5.7เมื่อเปิดถุงแล้ว 3 - 4 วัน ดูกิ่งปักชำว่าปกติดีอยู่หรือไม่ ถ้าปกติดีก็เอาถุงออกได้

    5.8หลังจากเอาถุงออกแล้วประมาณ 7 - 15 วัน ย้ายปลูก 

 

7. ระยะเวลาดำเนินการ

ใช้ระยะเวลาดำเนินงานทั้งสิ้น 20 วัน

 

วัน

วิธีและสถานที่

หมายเหตุ

วันที่ 1-5

ศึกษาข้อมูลและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์

 

วันที่ 5-20

คัดเลือกกิ่งที่นำมาปักชำตามจำนวนที่ต้องการ แล้วลงมือปฏิบัติการปักชำตามเอกสารและข้อมูลขั้นตอนการทำ

 

 

9. ผู้รับผิดชอบโครงการ

นายรังสรรค์  พระพิมลพรรณ์  เลขที่ 48  ปวส.รุ่นที่ 7

 

8. งบประมาณ

            ใช้งบประมาณในการดำเนินงานทั้งสิ้น 1200 บาท

            - ค่าเตรียมวัสดุอุปกรณ์       900  บาท

            - ค่าสรุปเอกสารและจัดทำรูปเล่ม 300 บาท

 

10. หน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุน

            ศูนย์สร้างสุขเกษตรชุมชน

 

11. การประเมินผล

            1.สามารถดำเนินโครงการได้เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

            2.ได้ผลผลิตที่ดีและดำเนินงานถูกต้องตามกรรมวิธี

            3.ผู้จัดทำมีความผู้ความเข้าใจในการปักชำ จนสามารถนำไปเผยแพร่ได้อย่างถูกต้อง

 

12. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. ได้เรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับวิธีการปักชำที่ถูกต้อง

            2. สร้างเสริมประสบการณ์การเกี่ยวกับการขยายพันธ์พืชด้วยวิธีการปักชำ

            3. สามารถส่งเสริมให้มีการขยายพันธ์พืชด้วยการปักชำให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

ขอให้สมัคร Member ก่อนใช้ง่านWeb